วารสารวิจัยศรีล้านช้าง http://ojs.mbuslc.ac.th/index.php/srj <p><strong>วารสารวิจัยศรีล้านช้าง E-ISSN 2773-9244</strong> มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทความทางวิชาการและบทความวิจัยที่มีคุณภาพ ที่แสดงถึงประโยชน์ทั้งเชิงทฤษฎี ที่นักวิจัยหรือผู้ที่สนใจสามารถนำไปพัฒนาหรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ และประโยชน์ในเชิงปฏิบัติการ นักวิจัยหรือผู้สนใจนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์หรือต่อยอดการวิจัยที่ครอบคลุม</p> Mahamakut Buddhist University Srilanchang Campus th-TH วารสารวิจัยศรีล้านช้าง 2773-9244 การศึกษาภาวะผู้นำตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม จังหวัดเลย http://ojs.mbuslc.ac.th/index.php/srj/article/view/97 <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาภาวะผู้นำตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม จังหวัดเลย และ (2) เสนอแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม จังหวัดเลย เป็นการทำวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กลุ่มตัวอย่างได้แก่ จำนวน 189 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม มีความเชื่อมั่นทั้งฉบับที่ 0.97 สถิติที่ใช้ในการคือความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า (1) การศึกษาภาวะผู้นำตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม จังหวัดเลย โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ย ดังนี้ คือ ด้านผู้มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อผู้ร่วมงาน ด้านผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และด้านผู้มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน และ (2) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม จังหวัดเลย คือ ผู้บริหารควรกำหนดทิศทางการศึกษาให้ชัดเจน ผู้บริหารควรมอบอำนาจให้แก่บุคลากรมีความสามารถตัดสินใจเองได้และผู้บริหารควรรับฟังสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของบุคลากรที่รับมอบหมาย</p> พระมหาอาคม อตฺถเมธี พระมหาจักรพล สิริธโร Copyright (c) 2022 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-07-10 2022-07-10 2 5 1 11 บทบาทพระสงฆ์ต่อการพัฒนาชุมชนในจังหวัดเลย http://ojs.mbuslc.ac.th/index.php/srj/article/view/98 <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาบทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชนในจังหวัดเลย และ (2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของพระสงฆ์เกี่ยวกับบทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชนในจังหวัดเลยจำแนกตามการศึกษา และพรรษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือพระสงฆ์ในสังกัดธรรมยุต จังหวัดเลย จำนวน 310 รูป เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถาม มีความเชื่อมั่น 0.958 สถิติที่ใช้ คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ One – Way ANOVA</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า (1) บทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชน โดยรวมอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ย ดังนี้ คือ ด้านสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านวัฒนธรรม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสาธารณสุข (2) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของพระสงฆ์เกี่ยวกับบทบาทของพระสงฆ์ในการพัฒนาชุมชนในจังหวัดเลยจำแนกตามการศึกษา และพรรษาโดยรวมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ&nbsp;&nbsp;</p> นุสนธ์ รักษาพล Copyright (c) 2022 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-30 2022-06-30 2 5 13 20 การบริหารสถานศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 http://ojs.mbuslc.ac.th/index.php/srj/article/view/99 <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ได้แก่ ครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้ตารางของเครจซี่และมอร์แกน (R.V. Krejcie and D.W. Morgan, 1987)&nbsp; ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 313 คน ทำสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ และการสุ่มอย่างง่ายด้วยการจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า การบริหารงานของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน สามารถเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ ดังนี้ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านการบริหารงานทั่วไป ด้านการบริหารงานวิชาการ และ ด้านการบริหารงานงบประมาณ</p> นภา ชาลี Copyright (c) 2022 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-30 2022-06-30 2 5 21 30 การบริหารบุคคลของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาเลย เขต 2 http://ojs.mbuslc.ac.th/index.php/srj/article/view/102 <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 เป็นวิจัยแบบสำรวจ (Survey research) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 313 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.985 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า การบริหารงานบุคคลของโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน สามารถเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้ ดังนี้ ด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ด้านการวางแผนอัตรากำลังและกำหนดตำแหน่ง ด้านวินัยและการรักษาวินัยและการออกจากราชการ และด้านการสรรหาและการบรรจุแต่งตั้ง &nbsp;&nbsp;</p> ปฐมภรณ์ คำภาพล Copyright (c) 2022 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-30 2022-06-30 2 5 31 44 ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง http://ojs.mbuslc.ac.th/index.php/srj/article/view/104 <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง และ (2) เปรียบเทียบความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง จำแนกตาม สาขาวิชา และระดับชั้นปีการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง จำนวน 196 รูป/คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถาม มีความเชื่อมั่น 0.98 สถิติที่ใช้ คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ One – Way ANOVA</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า (1) ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง อยู่ในระดับมาก (2) ผลการเปรียบเทียบความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ของนักศึกษามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง จำแนกตาม สาขาวิชา และระดับชั้นปีการศึกษาไม่แตกต่างกัน</p> พรพิมล เพ็งประภา ธนวัฒน์ ชาวโพธิ์ Copyright (c) 2022 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-30 2022-06-30 2 5 45 52 รูปแบบการบริหารงานบุคคลในยุคสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง http://ojs.mbuslc.ac.th/index.php/srj/article/view/105 <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษารูปแบบการบริหารงานบุคคลในยุคสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง และ (2) ประเมินการใช้รูปแบบการบริหารงานบุคคลในยุคสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง เป็นการทำวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ตามวงจร POCA 1 วงจร 6 ขั้นตอน ผู้ร่วมวิจัยคือผู้มีส่วนได้เสียของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง จำนวน 15 รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบตรวจสอบหรือบันทึก และแบบประเมินความพึงพอใจ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการบริหารงานบุคคลในยุคสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง คือ การจัดทำ application การลงชื่อเข้า - ออกการทำงาน ที่ประกอบด้วยฟังก์ชั่นต่าง ๆ เกี่ยวกับ การลงทะเบียนเข้า - ออกการทำงาน การบันทึกข้อมูลการทำงาน การบันทึกข้อมูลเชิงประจักษ์ การแจ้งเตือนในระบบ Application Line การรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บริหารโดยตรง (2) การประเมินการใช้รูปแบบการบริหารงานบุคคลในยุคสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 ของมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง พบว่ามีความพึงพอใจในระดับมาก</p> จักรกฤษณ์ โพดาพล ยชุรเวท หงส์สิริ สุพรรณี บุญหนัก ธนวัฒน์ ชาวโพธิ์ Copyright (c) 2022 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-06-30 2022-06-30 2 5 53 65